เกาะลันตา เป็นเกาะที่ผมมาเที่ยวครั้งแรกคือเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว ครั้งนั้นผมจำได้ว่าแทบจะไม่เห็นนักท่องเที่ยวไทยเลย ที่เกาะนี้เต็มไปด้วยฝรั่งจากแถบสวีเดน สแกน เยอรมันเสียส่วนใหญ่ ตอนนั้นผมเข้าใจว่าอาจะจะเป็นเพราะเกาะลันตานั้นเป็นเกาะที่มายากด้วยหรือเปล่านะ เพราะต้องนั่งแพถึงสองรอบกว่าจะถึงเกาะ แต่ทุกวันนี้การเดินทางสะดวกขึ้น นักท่องเที่ยวไทยก็แทบจะไม่ได้เพิ่มขึ้นจากเดิมอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ
ในช่วงปี 2020 เป็นปีที่เกิดโรคระบาดครั้งใหญ่ในโลกของเรา ทุกประเทศสั่งปิดประเทศ ห้ามมีการเดินทางไปมาหาสู่กัน ประเทศไทยเองก็ใช้มาตรการเดียวกัน ตอนนั้นผมตัดสินใจว่า ถ้าจำเป็นต้องถูกล็อคดาวน์ ผมจะขอติดเกาะดีกว่าไปใช้ชีวิตหงอยๆในห้องสี่เหลี่ยมที่กรุงเทพฯ ที่ไม่สามารถออกไปไหนมาไหนได้ และนั่นก็ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่เยี่ยมยอด เพราะในช่วงนั้น เกาะร้างผู้คนมาก หาดทั้งหาดเปรียบเสมือนพื้นที่ส่วนตัว แทบจะไม่เห็นใครเลย บางวันทั้งหาดมีแค่ผมคนเดียวเท่านั้น
แต่การเล่นแค่น้ำทะเล มันจะไปสนุกอะไร วันหนึ่ง ผมก็เลยตัดสินใจชวนพี่โอ๋ รุ่นพี่ที่ย้ายถิ่นฐานมาทำงานอยู่เกาะลันตา และมีกิจการออกแบบกราฟิกดีไซน์ให้กับธุรกิจบนเกาะนี้ ผมถามพี่โอ๋ว่า เกาะลันตามันไม่มีที่ไหนที่ไปสนอกเกิลดูปลาดูปะการังบ้างหรืออย่างไร พี่โอ๋บอกว่าก็ไม่รู้เหมือนกัน เราจะไปสำรวจกันไหมล่ะ
แล้วผมสองพี่น้องก็ขับมอเตอร์ไซต์ออกไปสำรวจตามหาดต่างๆของลันตา ซึ่งต้องบอกเลยว่า “ลันตามีของดี” แต่คนยังไม่รู้จักเพียบครับ โลกใต้ทะเลลันตานั้นมีปะการังขึ้นเยอะมาก ทั้งปะการังแข็ง ปะการังอ่อน มันคือสวรรค์ของคนชอบโลกใต้น้ำแบบผมที่สุด
บทความนี้ผมขอนำเสนอแนวปะการังที่ผมว่าสมบูรณ์และหลากหลายมากที่สุดของเกาะลันตามาให้อ่านกันครับ นั่นก็คือ “The Oasis” ชื่อนี้พวกผมตั้งเนื่องมาจากแนวปะการังมันขึ้นอยู่ห่างจากฝั่งพอสมควร แล้วระหว่างทางมีแต่ทรายเต็มไปหมด แต่เมื่อพ้นแนวทราย เราจะเจอกับแนวปะการังแบบกว้างใหญ่มาก ปลาเยอะมาก เหมือนกับแหล่งโอเอซิสในทะเลทรายเลยครับ
ครั้งแรกที่ผมเห็นว่าที่หาดนี้มีแนวปะการัง มาจากที่วันนั้นน้ำลงสุด ผมกับพี่โอ๋และเพื่อนอีกคน เดินไปยังแหลมที่เป็นเหมือนเกาะเล็กๆยื่นออกมา แล้วผมก็เดินชมทะเลไปเรื่อยๆ
“เห้ย! นี่มันปะการังนี่นา” ผมร้องตะโกนบอก พร้อมกับอาการตื่นเต้นอย่างมาก เพราะวันนั้นนำ้ใสที่สุด ใสจนมองเห็นว่ามันมีปะการังแข็ง ดอกไม้ทะเล ขึ้นอยู่เต็มไปหมด ในระดับน้ำที่ตื้นมาก และที่สำคัญคือ “ปลาการ์ตูน หรือปลานีโม่” เยอะมากครับ ดูจนอิ่มหนำสำราญมาก
โอเอซิส เป็นจุดที่ตั้งอยู่ตรงแหลมธง ฝั่งขวามือ ที่นี่เป็นจุดที่สามารถไปสนอกเกิลดูแนวปะการังและความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลได้ ถ้าใครที่สนใจชีวิตแนวปะการัง ที่นี่เป็นสวรรค์เลยครับ เพราะมีทั้งปะการังแข็ง ปะการังเขากวาง ปะการังสมอง ดอกไม้ทะเล ปลาไหลมอร์เรย์ ปลาสิงโต กุ้งดอกไม้ทะเล ซีแฟน แส้ทะเล กุ้งมังกร ทากเปลือย รวมไปถึงสาระพัดปลาที่จะแวะเวียนมาแถวนี้อยู่เรื่อยๆ
แต่ในบรรดาสรรพสัตว์ทั้งหลาย สิ่งที่เรียกเสียงฮือฮามากที่สุดก็ต้องยกให้เจ้าปลานีโม่นี่แหละครับ เพราะความน่ารักและเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย หลายคนที่มาเห็นปลานีโม่ที่นี่จึงประทับใจกันมาก เพราะน้องๆมีจำนวนเยอะมาก บางจุดก็ตัวโตมากด้วยครับ
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับปลาการ์ตูน
ปลาการ์ตูน หรือที่เราเรียกกันว่าปลานีโม่ มีรูปแบบชีวิตที่ค่อนข้างน่าสนใจครับ ตอนที่ผมรู้จักครั้งแรก ผมว้าวมาก เพราะปลานี้จะเกิดมามีเพศเดียวก่อนครับ คือทั้งฝูงจะเป็นเพศผู้หมด แล้วมันจะเปลี่ยนเพศตอนถึงวัยผสมพันธุ์ครับ ตอนนั้นแหละ ถึงจะมีเพศเมียปรากฎขึ้น โดยเราสามารถแยกแยะเพศได้จากขนาดครับ ปลาที่ตัวโตกว่าจะเป็นเพศเมีย ตัวเล็กจะเป็นเพศผู้
และปลาเหล่านี้จะไม่ย้ายที่อยู่ครับ พวกเค้าจะอาศัยร่วมกับดอกไม้ทะเล ซึ่งเจ้าดอกไม้ทะเลนี่ก็เป็นปะการัง (สัตว์) ชนิดหนึ่งเหมือนกัน ที่เราเห็นเป็นเส้นๆ นั่นคือหนวดของมันครับ สีม่วงๆคือลำตัว และด้านบนเป็น “ปากและตูด” คืออันเดียวกัน มันคือสิ่งมีชีวิตแบบเอเลี่ยนมาก ดอกไม้ทะเลมีพิษนะครับ ปลาอื่นจะไม่ชอบ แต่ปลาการ์ตูนกลับสามารถใช้ชีวิตในดอกไม้ทะเลได้อย่างไม่ได้รับผลกระทบอะไร
และเนื่องจากปลาไม่ย้ายที่ มันก็เกิดปัญหาตามมานั่นก็คือ หากวันดีคืนดี ปลาตัวเมียตายไป หรือถูกจับไป ปลาที่เหลือในฝูงจะทำยังไงละ? คำตอบนั้นน่าทึ่งครับ ปลาที่เหลือในฝูง ตัวไหนที่ใหญ่กว่า จะค่อยๆกลายสภาพเป็นเพศเมียครับ ซึ่งฟังดูมันน่าทึ่งไหมละครับ นี่แหละครับ สิ่งอัศจรรย์และน่าพิศวงของธรรมชาติในโลกใต้ทะเล
The Oasis หมู่บ้านของนีโม่
ที่นี่ปลานีโม่เยอะมากครับ ผมว่ามีหลายสิบตัวเลย เพราะแค่ดอกไม้ทะเลก็มีเกินร้อยแล้วครับ ตอนที่ผมมาเจอครั้งแรก นี่คือมันสุดมาก ดอกไม้ทะเลหนาแน่นมาก และมีปลานีโม่อยู่เต็มไปหมด โดยที่ตรงจุดนี้จะมีปลานีโม่สองสายพันธุ์ครับ นั่นคือปลานีโม่
ปลาการ์ตูนส้มขาว (False Clown Anemonefish) ปลาการ์ตูนสายพันธุ์นี้จะมีตัวสีส้ม แล้วมีสีขาวสามแถบคาดผ่านครับ คือแถบตรงหัว ตรงลำตัว และตรงหาง ส่วนอีกสายพันธุ์คือ ปลาการ์ตูนอินเดียน (Yellow Skunk Anemonefish) เป็นปลาการ์ตูนสีส้มทั้งตัว แต่มีแถบขาวยาวทั้งแทบพาดตรงด้านบน (พาดแนวยาว)
คำแนะนำสำหรับการมาเที่ยว The Oasis
ทุกครั้งที่เวลามีเพื่อนๆหรือคนที่ติดตามผมจากเฟสบุค หรือแฟนเพจตามมาลันตาเพื่ออยากมาเที่ยวที่นี่ ผมจะเน้นเสมอว่า ไม่แนะนำให้ไปลงน้ำคนเดียว เพราะตรงจุดนี้ จุดที่เป็นแนวปะการังขึ้นหนาแน่นนั้น “ไกลจากฝั่ง” ค่อนข้างมาก เนื่องมาจากน้ำมันตื้นด้วยครับ ทำให้พอมาช่วงน้ำขึ้น ระดับน้ำมันก็ค่อนข้างสูง ทำให้ดูโหวงเหวงอยู่เหมือนกัน
และที่ The Oasis ในช่วงน้ำลง ก็ต้องระวังเรื่องการไปเหยียบปะการังครับ ต้องหาจุดที่พื้นเป็นทราย แล้วค่อยตีฟินไปเรื่อยๆครับ ไม่อย่างนั้นนอกจากเราอาจจะไปเผลอทำร้ายปะการังโดยไม่รู้ตัวแล้ว บางคนไม่ได้ใส่ตีนกบอาจจะโดนหินหรือปะการังแข็งบาดเท้าเอาได้ครับ
และโปรดจำไว้ว่า ปะการังเป็นสัตว์ และมันมีพิษ (มากน้อยแล้วแต่คนแพ้) หลีกเลี่ยงการไปสัมผัสได้จะดีที่สุด และทะเลที่เกาะลันตา “ไม่ได้ใสตลอดเวลา” ใครที่เคยไปเที่ยวสิมิลันเอย เกาะห้า เกาะรอก เกาะพีพี แล้วจินตนาการว่าทะเลลันตา ชายหาดจะใสแบบนั้น คุณอาจจะผิดหวังได้ เพราะจากที่ผมเก็บข้อมูลมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ทะเลลันตา มีช่วงที่น้ำใส เพียงแค่ประมาณ 6 วันเท่านั้น นั่นคือช่วงก่อนวันน้ำตาย (ขึ้นหรือแรม 8 ค่ำ) และหลังน้ำตาย ครับ วันอื่นๆที่เหลือ ต้องพึ่งดวงและบุญที่สะสมมา บางคนมาก็น้ำใสกิ๊ง บางคนมาก็น้ำขุ่นจนแทบจะมองไม่เห็นมือตัวเองก็มีครับ แต่ก็เพราะความพิเศษของน้ำแบบนี้แหละครับที่ทำให้แนวปะการังของทะเลลันตายังคงอุดมสมบูรณ์และมีของดีที่แตกต่างจากที่อื่นๆได้ขนาดนี้
สำหรับใครที่แวะมาเที่ยวเกาะลันตา แล้วอยากหากิจกรรมทางน้ำ สนอกเกิลชมแนวปะการังแข็ง ดอกไม้ทะเล และซีแฟน ก็สามารถมาเที่ยวชมตรง The Oasis ได้นะครับ ที่นี่ถ้าวันที่น้ำเป็นใจ ของให้ดูเยอะมากจริงๆครับ โดยส่วนตัวผมนั้น ชอบมากๆ เพราะเป็นจุดที่มีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตสูงมากครับผม
2,717 total views, 3 views today












